|
รหัส AK11
_1.jpg)
|
|
ปัจจุบันบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หรือเจ้าของโครงการประสบกันเป็นส่วนใหญ่ คือ ไม่สามารถควบคุมให้ผู้รับเหมาก่อสร้างทำงานได้ตามแผนงานที่เสนอไว้ตอนประมูลงาน ซึ่งมักจะก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนงาน ผู้รับเหมาก่อสร้างประสบสภาวะขาดทุนยิ่งทำให้งานก่อสร้างล่าช้าไปอีก สุดท้ายแล้วก็ทำให้เจ้าของโครงการไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้กับลูกบ้านได้ตามกำหนด ทำให้เจ้าของโครงการต้องเสียดอกเบี้ยและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาจากที่วางแผนไว้ตั้งแต่ต้น ทำให้เสียชื่อเสียง ภาพลักษณ์องค์กร (Branding) แม้กระทั่งขาดทุน หรือไม่ได้กำไรตามที่วางแผนไว้ตอนเริ่มโครงการ
เพราะโดยทั่วไปแล้วเจ้าของโครงการมักจะว่าจ้างสถาปนิก สถาปนิกจ้างวิศวกรโครงสร้าง วิศวกรงานระบบ โดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์อาจมีทีมควบคุมงานเอง หรือว่าจ้างบริษัทควบคุมงานเอง เพื่อควบคุมให้ผู้รับเหมาก่อสร้างทำงานให้ได้คุณภาพตามกำหนด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ออกแบบมักจะออกแบบโดยเขียนแบบเป็น 2 มิติ แปลน รูปด้าน รูปตัด และแบบขยายก่อสร้าง ซึ่งสถาปนิกเองก็มีการพัฒนาแบบตั้งแต่รับงานจนถึงการก่อสร้างจริงจำนวนหลายชุด เช่น แบบร่าง แบบที่พัฒนา แบบก่อสร้าง แบบประมูล แบบก่อสร้างจริง ตามเวลาที่กำหนด ทำให้แบบก่อสร้าง (Construction Drawing) ไม่ได้คุณภาพ ทำให้การก่อสร้างต้องมีการแก้ไขปรับปรุงแบบอยู่ตลอดเวลา ทำให้การก่อสร้างเกิดการล่าช้าโดยปริยาย เพราะการแก้ไขแบบจะทำให้เกิดการขออนุมัติแบบ (Submittal) ซึ่งต้องมีระยะเวลาการอนุมัติ 7-14 วัน หรือผู้รับเหมาก่อสร้างถอดแบบผิดพลาด หรือควบคุมลำดับการทำงานไม่เป็นระบบทำให้การก่อสร้างเกิดการล่าช้าได้ง่าย
การทำงานด้วยมือ เช่น การประมาณราคา การวางแผนงานก่อสร้าง ทำให้มีโอกาสผิดพลาดได้ง่าย และยากในการตรวจสอบ เทคโนโลยีการโมเดลรายละเอียดอาคาร (BIM) จะช่วยให้เจ้าของโครงการสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวได้ง่าย
หลักสูตรนี้จะช่วยอธิบายการทำงานก่อสร้างตั้งแต่เริ่มต้นแบบที่ทำอยู่ในปัจจุบัน และแนวทางการใช้ BIM ในโครงการก่อสร้างในแต่ละขั้นตอน การตรวจสอบความถูกต้องของแบบก่อสร้าง การประมาณราคากลาง การวางแผนงานก่อสร้าง การควบคุมการก่อสร้าง การวิเคราะห์ต้นทุนอาคารเปรียบเทียบในแต่ละ Version และการนำเสนอความก้าวหน้าการก่อสร้างเป็น 3 มิติ แบบเคลื่อนไหวให้กับผู้บริหารระดับสูง
หลักสูตรนี้เหมาะกับผู้บริหารระดับกลางของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ เจ้าของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดกลาง และเล็ก หรือเจ้าของโครงการ เพื่อการพัฒนาองค์กรแบบยั่งยืน
|
ผลที่ได้รับจากการอบรม : |
| |
- เข้าใจแนวความคิดของเทคโนโลยีการโมเดลรายละเอียดอาคาร
- เข้าใจถึงหลักการทำงานของซอฟท์แวร์ครบวงจร 6D BIM
|
ข้อบังคับเบื้องต้นก่อนการเรียน : |
| |
|
วิทยากร : |
| |
อ.ชาติชาย สุภัควนิช ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ด้านการก่อสร้าง และเป็นผู้เผยแพร่เทคโนโลยีการโมเดลรายละเอียดอาคาร (BIM) เป็นคนแรกของประเทศไทย |
ระยะเวลา : 1 วัน |
|
| เนื้อหาหลักสูตร : |
| |
- แนวความคิดของเทคโนโลยีการโมเดลรายละเอียดอาคาร (BIM- Building Information Modeling)
- มาตรฐานไฟล์กลาง สำหรับธุรกิจการออกแบบก่อสร้าง
- ซอฟท์แวร์ต่างๆ ที่ผ่านมาตรฐาน IFC
- อธิบายหลักการทำงานของซอฟท์แวร์ครบวงจร 6D BIM ตั้งแต่
- ออกแบบสถาปัตยกรรม (Architecture Design and Documentation)
- การพิมพ์หุ่นจำลองอาคารด้วยเครื่องพิมพ์ 3D Printer
- วิศวกรรมโครงสร้าง (Structural Analysis)
- วิศวกรรมงานระบบอาคาร (MEP)
- วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) วิศวกรรมจราจรและการจำลองการออกแบบถนน
- การประมาณราคาก่อสร้าง (Construction Estimating)
- การวางแผนงานก่อสร้าง (Project Management) ด้วย ABC (Activities Based Costing) และ Location Based Scheduling (Flowline /Line of Balance)
- การบริหารต้นทุนการก่อสร้าง (Cost Analysis)
- การบริหารสิ่งอำนวยความสะดวกองค์กร (Facilities Management)
- การตรวจสอบความถูกต้องของไฟล์จากโปรแกรม 3D BIM ต่างๆ
- ทิศทางการพัฒนาซอฟท์แวร์ที่รองรับ BIM เช่น การนำไฟล์ BIM ไปใช้ในการสำรวจวางแนวอาคาร เพื่อการก่อสร้าง การใช้รถเกรดเชื่อมข้อมูลกับไฟล์ BIM ในการเกรดระดับพื้นดิน เป็นต้น
- ประโยชน์การใช้ BIM สำหรับบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ บริษัทเจ้าของโครงการ และหน่วยงานราชการ
|
| |
|
| |
|